พ ฤ ษ ภ า ค ม ๒ ๕ ๔ ๒ : Duesseldorf

 

ผมพบพี่สมบัติโดยบังเอิญที่ดุสเซลดอร์ฟ คราวที่พี่สมบัติมาเป็นผู้ประสานงานให้กลุ่ม Activist แรงงานไทยมาดูงานทางนี้ นอกเหนือจากการไต่ถามทุกข์สุขของบ้านเมืองใน สถานการณ์ปัจจุบัน ผมยังได้ฟังคำขับขานเรื่องราวของส.น.ท.ย. ในวันวานด้วย

ช่วงพี่อยู่มันแรงมากน้องเอ๋ย

ผมเองนึกภาพไม่ออกหรอกครับว่าสมัยที่พี่แกอยู่เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนมันจะแรงสักกี่ดีกรีกัน

วันนึงนัดพบกันที่แฟรงเฟิร์ต มันเอาขวดเบียร์ทุบให้แตกเป็นปากฉลาม แล้วเข้ามาคว้าคอ ผม ถามว่า มึงคอมมิวนิสต์ใช่ไหม กูจะเอามึงให้ตาย

พี่สมบัติเล่าถึงกิจกรรมนักเรียนไทยในยุคที่มีการประจันหน้าขวาซ้ายอย่างรุนแรง ทำให้ผม เพิ่งได้รู้ว่า สมาชิกพคท.ก็มีสาขาอยู่ทางนี้ด้วย

ผมเป็นซ้าย ตอนนี้ผมก็ยอมรับว่ายังเป็นซ้ายอยู่ อุดมการณ์ที่ทำเพื่อคนส่วนใหญ่ในสังคมจะ ไม่ดีได้อย่างไร การช่วยคนยากจนคนถูกเอารัดเอาเปรียบผิดตรงไหน ยุคนั้นมันเป็นยุค แสวงหา ยุคต่อสู้เพื่อเสรีภาพ ไม่ใช่ทำเพื่อคุยว่ามีอุดมการณ์ เป็นยุคเบ่งบานอะไรนะ แต่ทำ เพราะพวกเราไม่มีเสรีภาพจริงๆ เราไม่ได้เรียกร้อง เสรีภาพเพื่อจะเป็นฮีโร่ทางการเมือง แต่ทำเพื่อขอเสรีภาพให้กับประชาชนบ้าง รัฐบาลธานินทร์ สัญญาว่าจะให้ประชาธิปไตยแน่ๆ แต่ต้องมีขั้นมีตอน ให้รอสิบสองปี ฟังแล้วไม่เห็นความหวังเลย คนรุ่นพวกคุณอาจฟังไม่ค่อย เข้าใจก็ได้ ยุคของพวกคุณอายุครบ ๑๘ เลือกตั้งได้ ทำอะไรได้ทั้งนั้น พูดจาอะไรไม่มีใคร มากีดกั้น สมัยผม เราโดนครอบจนมืดมิด ข่าววิทยุมีแต่กรมประชาสัมพันธ์กับวิทยุทหาร หนังสือพิมพ์ถูกเซนเซอร์ ใครออกหน้าออกตาคัดค้านรัฐบาลเผด็จการ โดนมาตรา ๑๗ สั่งยิงเป้าหมด ผมเองตอนอายุครบยี่สิบดีใจจะแย่ จะได้เลือกตั้งครั้งแรกในชีวิต พอใกล้ถึงวันรัฐบาลถนอมกลับปฏิวัติตัวเองเสียฉิบ ชวดไป อีกสองปีจะได้เลือกกันใหม่ มันก็ปฏิวัติกันอีก ชวดอีกเช่นเคย เลยได้ใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งแรกที่เยอรมัน เลือกตั้งผู้แทน นักศึกษา AsTASSของมหาวิทยาลัย เก๋มั๊ย

ทำอะไรกันมั่งครับนักศึกษาสมัยนั้น ผมถามด้วยความอยากรู้

สารพัด พี่สมบัติว่าไปพร้อมกับพลิกจุลสารเพื่อนไทยของพวกเราเล่มที่ผมติดมือไปด้วย ในวันนั้น

นี่อะไร พี่แกถามเมื่อดูตารางกิจกรรมส.น.ท.ย.ประจำปี ๒๕๔๒

อะไรวะ ออกหนังสือเป็นกิจกรรมแล้วหรือวะ กิจกรรมมันต้องพบปะ พูดจากัน

สมัยผมเจอกันกินนอนด้วยกันตลอด บ้านผมมากันทียี่สิบ สามสิบ มีอยู่วันเพื่อนตื่นมาบ่นอุบ ว่า เมื่อคืนเหมือนนอนอยู่กลางทะเล ก็มันเล่นไปนอนในครัวข้างถังขยะมีปลาเน่าในถังก็ไม่ เอาไปทิ้งกัน ในบ้านว่าไปแล้วหนาวฉิบหาย Heizung เปิดไม่ได้ ไม่มีตังค์จ่ายค่าไฟ แต่สนุก ได้เจอกัน คุยกัน ถกเถียงแลกเปลี่ยนความคิดเห็น คิดทำอะไรดีๆ ร่วมกัน กาแฟ หมดเป็นโอ่งๆ เรามีอภิปราย รณรงค์การเมือง ทำกิจกรรมทุกรูปแบบ แข่งฟุตบอล

จัดงานรวมน้ำใจช่วยน้ำท่วมก็มีเพราะตอนนั้นมีน้ำท่วมใหญ่ทางภาคใต้ของไทย กิจกรรมที่ทำในกลุ่มนักเรียนไทยไม่ใช่มีแค่ในเยอรมัน ทางฮอลแลนด์มีธีรยุทธ บุญมี วิทยากร เชียงกูล สุภาพ พัสอ๋อง สมภพ มานะรังสรรค์ ทางฝรั่งเศสมี ไอ้แว่น เสาวนีย์ ลิมมานนท์ วิษณุ วรัญญู สวีเดนก็มีเยอะ ที่นั่นลี้ภัยง่าย พวกหนีวันมหาวิปโยคจากเมืองไทย มาทั้งนั้น

เราร่วมกับนักเรียนในอังกฤษทำหนังสือไทยยุโรป ทางอังกฤษมีธัญญา ผลอนันต์ ศิษย์เอก อาจารย์ป๋วยเป็นหัวเรือใหญ่ พวกเราได้ไปพูดที่สามัคคีสมาคมของเขาด้วย อาจาย์สุลักษณ์ ก็ช่วยสนับสนุนอยู่

กับฝรั่ง เรามีกลุ่ม Thai-Deutsch Dialog แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับคนเยอรมันประจำ มาอยู่บ้านเมืองเค้าต้องรู้จักเค้าจริง ต้องเรียนรู้ให้ได้ว่าเค้าสร้างชาติอย่างไร ถ้ามัวแต่ปิด ตัวเองก็อยู่เมืองไทยซะดีกว่า มาทำไมให้เสียค่าเครื่องบิน

สมาคมไทยพุทธพวกเราก็มีบทบาทช่วยก่อตั้ง เรื่องนี้ Idea ของธีรยุทธ เค้าบอกถ้าจะ ทำงานการเมือง ต้องหาคนสนับสนุน แล้วจะมีที่ไหนที่คนไทยจะรวมกันได้ดีเป็นพลัง ถ้าไม่ใช่ที่วัดเรื่องของศาสนา

กลุ่มช่วยเหลือผู้หญิงเราก็ทำ ผมได้ไปออกทีวีเยอรมันช่อง ZDF รายการ 3 nach 9 ออกวิทยุ พูดเรื่องผู้หญิงนี้แหละ ปัญหาของเราก็ต้องชี้แจงให้เค้าเข้าใจด้วย แล้วคนของเค้า ก็มีส่วนผิดเหมือนกัน จริงๆ ปัญหาผู้หญิงนี้น่าจับนะ เป็นตัวอย่างปัญหาของสังคมไทยที่มา ปรากฏทางนี้ ฝึกไปช่วยเค้า ก่อนที่จะไปช่วยแก้ปัญหา อีกร้อยพันเก้าที่เมืองไทยเมื่อเรียน จบกลับไป

การทำกิจกรรมมันก็ดี ได้เพื่อน ได้ฝึกตน ได้รู้จักคิด รู้จักแก้ปัญหา ได้ช่วยเหลือคน เรียนวิชากันคนละอย่างก็ไม่ได้ทำให้ความเป็นเพื่อนต้องมีอุปสรรคเลย

ผมเรียนวิศวะ ก็ได้เพื่อนซี้ปึ้กเป็นนักเรียนกฎหมาย พวกเราที่ทำกิจกรรมด้วยกันที่นี่ เรียนจบกันไปได้ทั้งนั้นไม่มีปัญหา ตอนนี้ไปเป็นใหญ่เป็นโตเยอะ เป็นนักวิชาการดังๆ ก็หลายคน ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ก็จะทำกิจกรรมอย่างนี้อีก พวกเราทำกิจกรรมกันด้วย จิตวิญญาณ

ตอนเลือกตั้งนายกส.น.ท.ย.สนุก หาเสียงกันมัน ล้อบบี้กันแหลก อุดมการณ์มันไม่ตรงกันนี่ หว่า ผมโชคดีได้เพื่อนหลายคนช่วยหาเสียงให้ ทางเหนือช่วยกันมาก ไอ้สมกวาดเสียงมา ให้เยอะ ทางใต้บอกไอ้บุญช่วยหาเสียงให้หน่อย ถึงวันเลือกตั้งมันโผล่มาคนเดียว บอกว่า เบ็ดเสร็จทางใต้ได้มาหนึ่งเสียง ก็ตัวมันเองนั่นแหละ ขำจะตาย

ผมได้เป็นนายกตอนปีสองห้าหลังจากมาอยู่เยอรมันเกือบสิบปี สถานทูตกับผู้ดูแลก.พ. สมัยนั้น ไม่ชอบเด็กหัวแข็งแบบพวกเราหรอก เราโดน block ตลอด

สมัยคุณอานันท์อยู่ที่นี่ ไปคุยกับผมถึงฮัมบวร์ก ขอให้เบาๆกิจกรรมหน่อย ทั้งที่จริงๆ ตัวแกเอง ก็มีปัญหากับรัฐบาลเผด็จการเยอะ

ที่พวกเรายังจำไม่รู้ลืม ภาคภูมิใจที่สุดคือกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับท่านปรีดี สมัยนั้นท่าน มาลี้ภัยอยู่ที่ปารีส การเดินทางจากที่นั่นมาเยอรมันไม่สะดวกสบายเหมือนเดี๋ยวนี้ แต่ท่านก็ให้เกียรติมาหาพวกเราหลายครั้ง

งานครบรอบห้าสิบปีประชาธิปไตย งานเชื่อมสัมพันธ์วันสงกรานต์ ท่านเล่าเรื่อง ประวัติศาสตร์วัฒนธรรมอย่างน่าฟัง ความรู้ท่านกว้างขวาง ความจำเป็นเลิศ ความคิด อุดมการณ์ทางการเมืองชัดเจน ท่านติดดินมาก มาปาฐกถาพูดคุยเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้พวกเราฟังเหมือนพวกเราเป็นลูกหลาน สั่งสอนให้รู้จักทำอะไรเพื่อชาติเพื่อแผ่นดิน