ชุมชนย่อยบ้านปกาเกอะญอ ห้วยสัตว์ใหญ่ เป็นชุมชนชาวไทยภูเขา ชนเผ่าปกาเกอะญอ (กะเหรี่ยงสกอร์ หรือกะหร่าง) ที่อยู่อาศัยในพื้นที่แถบลุ่มน้ำต่างๆ บริเวณเทือกเขาตะนาวศรี เขตชายแดนไทย-พม่า มีหลักฐานการอยู่อาศัยมานาน เป็นชนเผ่าดั้งเดิมที่อยู่อย่างกระจัดกระจายมานานกว่า ๑๐๐-๒๐๐ ปี จนกระทั่งได้มีการรวบรวม และจัดให้อยู่รวมกันเป็น กลุ่มชุมชนเมื่อประมาณ ๒๐ ปีที่ผ่านมา โดยส่วนหนึ่งของชาวไทยภูเขาในชุมชนห้วยสัตว์ใหญ่นี้ ได้อพยพย้ายถิ่นฐานมาจาก ต. สวนทุเรียน อ. หัวหิน ซึ่งเป็นดินแดนรอยต่อกับพม่า การอพยพย้ายถิ่นฐานนี้ มีสาเหตุเนื่องมาจากปัญหาความมั่นคง และเพื่อความสะดวกในการปกครอง และการติดต่อราชการ

ชุมชนย่อยบ้านปกาเกอะญอ ห้วยสัตว์ใหญ่ปัจจุบัน มีจำนวนประชากร ๓๓ หลังคาเรือน แบ่งเป็น ๔๓ ครอบครัว สถานภาพของประชากรมีทะเบียนบ้าน และบัตรประชาชนจำนวน ๘ ครอบครัว นอกนั้นได้รับการสำรวจ และได้รับบัตรประจำตัวชาวไทยภูเขา ปัจจุบันประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์ นิกายโปรแทสแตนท์ และศาสนาพุทธเป็นหลัก

ชุมชนย่อยบ้านปกาเกอะญอ ห้วยสัตว์ใหญ่ ขึ้นเขตการปกครองกับบ้านป่าเด็งใต้ หมู่ที่ ๖ ต. ป่าเด็ง อ. แก่งกระจาน จ. เพชรบุรีที่นี่เป็นพื้นที่ห่างไกลและทุรกันดาร เนื่องจากเส้นทางการคมนาคมติดต่อกับชุมชนใหญ่ และยังเป็นเส้นทางเดินเท้า โดยต้องเดินข้ามลำห้วยถึง ๓ ห้วยในฤดูน้ำหลากจะขาดการติดต่อ

วิน-ปริวรรตและทินยา ขณะกำลังข้ามห้วยแรกอันที่ตื้นที่สุด

บ้านปกาเกอะญอ ห้วยสัตว์ใหญ่ ตั้งอยู่ห่างจากชุมชนใหญ่ คือตำบลป่าเด็ง ประมาณ ๑๔ กม. ห่างจาก อ. หัวหิน ไปทางทิศตะวันออก ๗๖ กม. และห่างจาก อ. แก่งกระจาน ผ่านพื้นที่ อ. หัวหิน อ้อมขึ้นไปทางเหนืออีก ๙๐ กม. ดังนั้นการเดินทางสู่พื้นที่บ้านปกาเกอะญอ ห้วยสัตว์ใหญ่ จำเป็นต้องใช้เส้นทางสาย อ. หัวหิน-ป่าละอู เท่านั้น

พื้นที่ชุมชนย่อยบ้านปกาเกอะญอ ห้วยสัตว์ใหญ่ ยังคงเป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ และมีความหลากหลายทางชีวภาพอยู่ เนื่องจากชาวชุมชนย่อยบ้านปกาเกอะญอ ห้วยสัตว์ใหญ่ เป็นพื้นที่ที่มีป่าเขาธรรมชาติรายล้อมรอบ ดังนั้นราษฎรบางส่วนที่มีที่ทำกินดั้งเดิม (ประมาณ ๔๐%) ประกอบอาชีพหลักคือ ทำไร่หมุนเวียนแบบดั้งเดิม ปลูกข้าวไร่ผสมพืชผักท้องถิ่นตามฤดู เช่น พริก มะเขือ ฟักทองเป็นต้น และปลูกพืชสวนผสม เช่น หมาก มะพร้าว ขนุน มะม่วงเป็นต้น และอีกส่วนใหญ่ที่ไม่มีที่ทำกิน เนื่องจากการประกาศเป็นเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จึงไม่สามารถทำกินได้ ดังนั้นจึงประกอบอาชีพรับจ้างแบกหามในตัวเมืองเพชรบุรี และเก็บหาผลผลิตจากป่า เพื่อทั้งหากินในครัวเรือนและขาย เช่น น้ำผึ้ง ไม้หอม หน่อไม้ และสัตว์ป่าเป็นต้น

เนื่องจากเป็นชุมชนที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ทุรกันดาร และห่างไกลจากชุมชนใหญ่ เป็นเหตุให้ไม่มีโอกาสที่จะได้รับการศึกษา ดังนั้นในปี พ.ศ. ๒๕๔๑ เครือข่ายโรงเรียนธรรมชาติฯ และองค์กรในท้องถิ่น คือ ชมรมอนุรักษ์ช้างป่า ห้วยสัตว์ใหญ่ ได้ร่วมกับชาวชุมชน ผู้นำชุมชน และผู้รู้ในชุมชน ร่วมกันจัดสร้างศูนย์ส่งเสริมการศึกษา เพื่อจัดกิจกรรมการเรียน การสอนความรู้ขั้นพื้นฐานระดับอนุบาล และเตรียมประถมศึกษาให้กับเด็กและเยาวชน

ในชุมชนที่ขาดโอกาสทางการศึกษา จำนวน ๓๖ คนในระยะแรก จนถึงปัจจุบัน มีตัวแทนผู้รู้ในชุมชน และอาสาสมัครจากเครือข่ายโรงเรียนธรรมชาติ จำนวน ๔ คน ร่วมกันจัดกิจกรรมการให้ความรู้การศึกษากับเด็กและเยาวชน จำนวนกว่า ๖๖ คน ซึ่งมีทั้งเด็กเล็กที่ต้องการการดูแลให้การศึกษา และเยาวชนที่จะต้องฝึกฝีมืองานอาชีพเสริมรายได้ ให้เกิดเป็นรูปธรรมและต่อเนื่องอีกต่อไป นอกจากนี้ยังมีเด็กจำนวนหนึ่งซึ่งถูกทอดทิ้ง เนื่องจากการอพยพย้ายถิ่นฐาน และเนื่องจากพ่อแม่ไปทำงานรับจ้างในตัวเมือง เด็กเหล่านี้จะได้รับการดูแลในโครงการบ้านพักเด็ก เพื่อส่งเสริมให้ได้ศึกษาเล่าเรียนต่อไป