ตั้งแต่ปี
พ.ศ. 2534 สมาคมฯ
ได้เริ่มทำการขายสลากการกุศล
ในงานวันเฉลิมพระชนมพรรษา
เพื่อนำรายได้จากการขายสลากไปบริจาคให้แก่ผู้ด้อยโอกาส
และมูลนิธิเพื่อการกุศลในประเทศไทย
เช่น เด็กยากจน เด็กพิการ
โรงเรียนในชนบท
มูลนิธิดวงประทีป
มูลนิธิชัยพัฒนา ทั้งนี้
สมาคมฯ
ได้ถือว่าการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมโดยรวมดังที่กล่าวมาแล้วนั้น
เป็นภาระหน้าที่ส่วนหนึ่งของสมาคมฯ
และตั้งแต่ปี
พ.ศ. 2537 สมาคมฯ ได้เริ่มจัดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษาในเยอรมัน โดยได้รับความสนับสนุนจากสำนักงานผู้ดูแลนักเรียน
ณ กรุงบอนน์
เพื่อแนะแนวการศึกษาแก่นักเรียนนักศึกษาไทย
ผู้ประสงค์จะมาศึกษาต่อในประเทศเยอรมัน
และให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการศึกษา
ในระหว่างที่นักเรียนผู้นั้นทำการศึกษาอยู่ในประเทศเยอรมัน
บทบาทของสมาคมฯ
ด้านนี้มีมากขึ้นตามลำดับ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายหลังการปิดตัวของสำนักงานผู้ดูแลนักเรียน
เนื่องจากผลกระทบทางวิกฤตเศรษฐกิจในประเทศไทย
ในปี
พ.ศ.2540 สมาคมฯ
ได้ร่วมกับกลุ่มนักศึกษากฎหมายชาวไทยในเยอรมัน
เขียนจดหมายชี้แจง
เสนอเรื่องการเลือกตั้งทางไปรษณีย์ของคนไทยในต่างแดน
ต่อสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ
หรือ สสร.
โดยมีการลงชื่อร่วมกันของกลุ่มนักเรียนนักศึกษาไทยในเมืองต่าง
ๆ ทั่วทั้งเยอรมัน
ผลจากการดำเนินงานดังกล่าว
มีส่วนผลักดันให้ชาวไทยในต่างแดน
สามารถใช้สิทธิ์เลือกตั้งทางไปรษณีย์ได้ตามข้อบังคับในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน
ในปีถัดมากลุ่มนักเรียนไทยในเยอรมันร่วมกับสมาคมฯ
จัดงาน"สัญจรสานสัมพันธ์"
โดยนำเพื่อนนักเรียนไทยจากเมืองต่าง
ๆ
ไปพบปะสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและกระชับความสัมพันธ์ในกลุ่มย่อย
ทั้งนี้
มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างสรรค์ความสามัคคีให้บังเกิดขึ้นในกลุ่มเล็ก
ก่อนที่จะเป็นกลุ่มใหญ่
ข้อสรุปจากงาน
"สัญจรสานสัมพันธ์"
ในหลายเมือง
ก็คือการปรับโครงสร้างของ
ส.น.ท.ย.
เพื่อเอื้อต่อการมีส่วนร่วมในกิจกรรมของนักเรียนไทยในเมืองต่าง
ๆ
การปรับบทบาทด้านการเป็นศูนย์กลางทางด้านข้อมูลข่าวสาร
โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางอินเทอร์เน็ต
และท้ายสุดบทบาทในการเป็นผู้สนับสนุนการจัดกิจกรรมของนักศึกษา
แทนสำนักงานผู้ดูแลนักเรียน
จากข้อสรุปดังกล่าวสมาคมฯ
จึงได้จัดทำโฮมเพจของสมาคมฯ
ขึ้นเป็นครั้งแรก
เพื่อเป็นศูนย์กลางติดต่อ
และให้ข่าวสารข้อมูลที่สำคัญและจำเป็นกับสมาชิกฯ
เช่น
ข่าวจากสถานทูตไทยในเยอรมัน
ข้อมูลสำหรับแนะแนวการศึกษา
ข่าวกิจกรรมสมาคมฯ เป็นต้น