การเตรียมตัวก่อนมาเรียนต่อ  
   
  1. ภาษา
  2. การตรวจร่างกาย
  3. เอกสารสำคัญ
  4. ของจำเป็น
  5. การติดต่อกับน.ศ. ไทยหรือคนไทยในเยอรมัน
  6. เงินติดตัว
  7. กำหนดการเดินทาง
  8. เมื่อถึงสนามบิน
  9. ที่พัก

1. ภาษา
ปกติแล้วน.ศ.ไทยที่ตัดสินใจมาศึกษาต่อในประเทศเยอรมันจะมีโอกาส ในการเรียนภาษาเยอรมันเป็นความรู้เพิ่มเติมค่อนข้างน้อย เนื่องจากสถาบัน สอนภาษาเยอรมันในประเทศไทยยังมีอยู่น้อย อย่างไรก็ตามนักศึกษาควรจะ เตรียมตัวด้านภาษาเยอรมันบ้าง แล้วแต่ระยะเวลาที่มีอยู่สำหรับการเตรียมตัว ก่อนมา ทั้งนี้การเรียนภาษาเยอรมันในประเทศไทยไม่จำเป็นต้องไปเรียนที่ สถาบันสอนภาษาเกอเธอย่างเดียว นักศึกษาสามารถติดต่อขอเรียนกับอาจารย์ สอนภาษาเยอรมันตามมหาวิทยาลัยต่าง ๆ หรือขอให้เพื่อน หรือคนรู้จัก ช่วย สอนพิเศษภาษาเยอรมันให้ หรือแม้แต่การเรียนจากเทปสอนภาษา


2. การตรวจร่างกาย
นักศึกษาควรจะทำการตรวจร่างกายก่อนมาศึกษาต่อ เพื่อที่จะไม่ ประสบปัญหาทางด้านสุขภาพเมื่อมาศึกษาต่อในเยอรมันแล้ว นอกจากนี้แล้ว สถานทูตเยอรมันยังต้องการหลักฐานการตรวจร่างกาย รวมทั้งภาพถ่าย เอ็กซ์เรย์ประกอบการขอวีซาด้วย


3. เอกสารสำคัญต่าง ๆ

3.1 หนังสือเดินทาง
หากเป็นนักศึกษาทุนรัฐบาลสามารถขอให้ สำนักงานก.พ.ออกหนังสือรับรองสำหรับยกเว้นค่าธรรมเนียม การทำหนังสือเดินทางได้ แต่หนังสือเดินทางนั้นจะมีอายุ 2 ปี นักศึกษาสามารถทำการต่ออายุหนังสือเดินทางนั้นใน ภายหลังได้ ก่อนหนังสือเดินทางนั้นหมดอายุ แต่ถ้าหาก ต้องการให้หนังสือเดินทางมีอายุ 5 ปี ต้องจ่ายเงินเพิ่ม ก่อนเดินทางไปยื่นคำร้องขอทำหนังสือเดินทางที่ กระทรวงการต่างประเทศ ควรเตรียมเอกสารสำคัญ ทุกฉบับ และสำเนาไว้ให้พอเพียง รวมทั้ง รูปถ่าย จะได้ไม่ เสียเวลาในการทำมาก นักศึกษาไม่สามารถรับหนังสือ เดินทางได้ภายในวันเดียว ต้องมารับเองในภายหลัง หรือ บอกให้เจ้าหน้าที่ช่วยส่งให้ทางไปรษณีย์

 

3.2 วีซาเยอรมัน
ระยะเวลาในการทำวีซาที่สถานทูตเยอรมันนั้น ใช้เวลาประมาณ 6 อาทิตย์ น.ศ.ต้องทำการติดต่อแต่เนิ่นๆ และหมั่นติดต่อกลับไปยังสถานทูตเพื่อสอบถามว่าได้รับวีซา หรือยัง น.ศ.ไทยที่ยังไม่ได้รับใบตอบรับให้เข้าศึกษาต่อจาก ทางมหาวิทยาลัย หรือต้องเดินทางมาเรียนคอร์สภาษา ก่อน ไม่สามารถขอวีซาประเภทนักศึกษาได้ทันที สถานทูต เยอรมันอาจจะออกวีซาสำหรับเรียนภาษา มีระยะเวลา ประมาณ 2 - 3 เดือน สำหรับผู้มีหลักฐานการสมัครเรียน ภาษากับสถาบันสอนภาษาในเยอรมัน น.ศ. จะต้องทำเรื่อง ต่ออายุวีซาด้วยตนเองในเยอรมันก่อนที่วีซานั้นจะหมดอายุ

 

3.3 หนังสือรับรองทางการศึกษา

3.3.1 ประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาจาก กระทรวงศึกษาธิการ และหรือ
3.3.2 ใบรายละเอียดวิชาหรือผลการเรียน ระดับมัธยมศึกษา หรือปริญญาตรี หรือ
3.3.3 ใบรับรองจากทบวงมหาวิทยาลัย ว่าปริญญาโทที่ได้รับสามารถศึกษาต่อปริญญาเอก ในประเทศไทยได้

เอกสารเหล่านี้ต้องเป็นตัวจริง และแปลเป็นภาษาอังกฤษซึ่งได้รับการรับรอง

 

3.4 หนังสือรับรองทางการเงิน

3.4.1 สำหรับนักเรียนทุนรัฐบาล ได้แก่ หนังสือยืนยันการรับทุนการศึกษาจากสำนักงานก.พ.

3.4.2 สำหรับนักเรียนทุนส่วนตัวได้แก่ หลักฐานจากธนาคารแสดงยอดเงินในบัญชีของนักศึกษา หรือผู้ปกครอง

3.5 ใบขับขี่นานาชาติถ้ามี


4.สิ่งของจำเป็น

- เสื้อผ้า หากเดินทางมาถึงราวเดือนกันยายน - มีนาคม ควรเตรียมเสื้อผ้าสำหรับฤดูหนาวมาบ้าง แต่ไม่จำเป็นต้อง เตรียมทั้งหมด เพราะเสื้อผ้าของเมืองไทยบางครั้งไม่ เหมาะสมกับอากาศที่เยอรมัน หากเดินทางมาช่วงฤดู ใบไม้ผลิหรือฤดูร้อนซึ่งมีอุณหภูมิใกล้เคียงกับเมืองไทย สามารถใช้เสื้อผ้าหน้าร้อนของเมืองไทยได้

- หม้อหุงข้าว ข้าวไทยสามารถหาซื้อได้ตามร้านเอเชียของ แต่ละเมือง

- ปลั๊กไฟฟ้า เนื่องจากปลั๊กไฟในเยอรมันเป็นแบบขากลม

- อื่น ๆ ได้แก่ นาฬิกาปลุก สมุดจดที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ ยารักษาโรคประจำตัวและทั่วไป เข็มและด้าย


5. การติดต่อกับนักศึกษาไทยในเยอรมัน

หากเป็นไปได้นักศึกษาควรติดต่อกับนักศึกษาไทยในเยอรมัน หรือคนไทยในเยอรมันที่รู้จักก่อนเดินทาง เพื่อขอความช่วยเหลือเกี่ยวกับ การหาที่พักหรือการติดต่อขอข้อมูล แต่ไม่สมควรเป็นอย่างยิ่งที่จะให้ผู้อื่น เป็นผู้ดำเนินการในการหาข้อมูลเหล่านั้น และนักศึกษาควรจะต้องช่วยเหลือตนเองให้มากที่สุด


6. เงินติดตัว
นักศึกษาควรแลกเงินสดติดตัวไว้ประมาณ 300 มาร์ค ก่อนเดินทาง หรือแลกได้ที่ธนาคารและไปรษณีย์ที่สนามบินหรือสถานีรถไฟเมื่อมาถึง


7. กำหนดการเดินทาง
ไม่ควรมาถึงในวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ หรือวันหยุดราชการ เนื่องจากสถานที่ราชการในเยอรมันปิดบ่ายวันศุกร์ และเสาร์ อาทิตย์ ร้านค้าเปิดวันจันทร์ - ศุกร์ 9.00 - 20.00 น. วันเสาร์เปิด 9.00 - 14.00 น.


8. เมื่อถึงสนามบิน
ในสนามบินนั้นจะมีบริการให้ข้อมูลแก่ผู้โดยสาร นักศึกษา สามารถสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับ สถานที่ซื้อตั๋วรถไฟ ในขณะที่ซื้อตั๋ว ก็เพียงแต่บอกชื่อเมืองที่เป็นจุดหมายปลายทาง เมื่อถึงแล้วก็สามารถ ขึ้นรถแท็กซี่หน้าสถานีรถไฟไปที่อยู่ที่ต้องการได้


9. ที่พัก
สามารถสอบถามได้จาก ศูนย์ข้อมูลบริการนักท่องเที่ยว Tourist Information แต่ละเมืองจะมีอยู่ใกล้สถานีรถไฟ ขอรายชื่อโรงแรม เกสต์เฮาส์ หรือ Youth Hostel (Jugendherberg) ซึ่งมีราคาไม่แพงนัก นักศึกษา ต้องทำบัตรสมาชิกก่อนเข้าพักและพักได้ไม่เกิน 3 คืน แต่ถ้าหากนักศึกษา สมัครเรียนภาษากับสถาบันสอนภาษาเกอเธ หลังจากรายงานตัวกับเจ้าหน้าที่ แล้ว เจ้าหน้าที่จะเป็นผู้ทำหน้าที่จัดหาที่พักให้ในหอพักของสถาบันสอนภาษา เอง หรืออยู่ในห้องแบ่งให้เช่าของชาวเยอรมันซึ่งทำสัญญาเช่ากับสถาบันสอน ภาษา ผู้เขียนขอแนะนำว่าให้เลือกอยู่หอพักรวมกับเพื่อนนักศึกษาต่างชาติ มากกว่าที่จะอยู่ห้องแบ่งให้เช่าของชาวเยอรมัน เนื่องจากการอยู่หอพักมี โอกาสฝึกภาษาและมีกิจกรรมให้ทำมากกว่า และการอยู่ห้องแบ่งให้เช่าของ ชาวเยอรมันส่วนใหญ่แล้วไม่ได้มีลักษณะเหมือนกับการอยู่ Family ของ นักเรียนทุนแลกเปลี่ยน นักศึกษามีสิทธิ์ที่จะเลือกที่พักของตนได้ เนื่องจากได้ ชำระเงินให้กับสถาบันสอนภาษาแล้ว อย่างไรก็ตามควรจะแสดงออกโดยการ ขอร้องอย่างสุภาพ

 
   

 

 

หน้าหลัก เรียนเยอรมัน

This page is maintained by C. Anukul
Last modified since 11/07/2000
Any comment e-Mail
tsvd-webmaster@egroups.com