T.S.V.D. Gif

    มหาวิทยาลัยเมืองบอนน์  
      โดย สุภาพรรณ เตียพิริยะกิจ  
    บอนน์ตั้งในเขตนอร์ดไรน์เวสต์ฟาเลนมีพื้นที่ ๑๔๑.๒๓ ตรกม. มีพลเมือง ๓๑๐,๓๐๒ คน (ข้อมูลวันที่ ๓๑ ธันวาคม ค.ศ. ๑๙๙๘) มี เขตต่าง ๆ รวมกัน ๔ เขต คือ Bonn, Hardtberg, Beuel, Bad Godesberg และเนื่องจากเป็นเมืองที่มี ความเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ชาติเยอรมันไม่น้อย คงไม่เป็นการเสียเวลาเปล่า หากเราจะอ่านประวัติเมืองบอนน์แบบสังเขปบ้าง

ปี ๑๙๙๙ ซึ่งเป็นปีสุดท้ายของศตวรรษที่ ๒๐ ดูเหมือนจะเป็นช่วงเวลาที่ คลื่นแห่งการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกได้ถึงที่สุดของโค้ง และพร้อมที่จะหมุนไป ในทิศทางใหม่ ๆ ขณะเดียวกันนั้น ศตวรรษใหม่ที่กำลังจะมาเยือนพวกเราในอีก ไม่กี่เดือนข้างหน้า ทศวรรษสุดท้ายของศตวรรษที่ ๒๐ เป็นช่วงเวลาแห่งการ เปลี่ยนแปลงสถานภาพของเมืองบอนน์อีกครั้ง หลังจากผ่านร้อนผ่านหนาวมาได้ กว่าสองพันปี

ชาวโรมันได้ก่อตั้งบอนน์ขึ้นเมื่อราว ๑๑ ปี ก่อนคริสตศักราช เพื่อให้เป็น ที่ปกปักพรมแดนธรรมชาติ อันได้แก่ แม่น้ำไรน์ ซึ่งไหลเลียบเรื่อยเมืองบอนน์มา ตั้งแต่ครั้งกระนั้น

บอนน์ถูกทำลายบ่อยครั้งด้วยเหตุที่เป็นเมืองติดพรมแดนธรรมชาติ จน ในปี ค.ศ. ๔๐๐ พวกโรมันได้ล่าถอยออกไป

นอกจากนี้แล้ว บอนน์เป็นบ้านเกิดของนักประพันธ์เพลงเลื่องชื่อนามว่า ลุดวิก ฟาน เบโธเฟน (๑๗๗๐) อีกทั้งยังเป็นเรือนตายของ นักประพันธ์เพลงเอก โรเบิร์ต ชูมันน์ (๑๘๕๖)

ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ ๒ บอนน์ได้รับความเสียหายจากการโจมตี ของฝ่ายสัมพันธมิตร และอย่างรุนแรงที่สุดในช่วงปี ค.ศ. ๑๙๔๔-๑๙๔๕ อันเป็นเหตุ ทำให้ส่วนหนึ่งของเมืองถูกทำลายย่อยยับ

พายุสงครามได้โหมกระพือพลิกหน้าประวัติศาสตร์ชาติเยอรมันอย่างที่ ชนชาติเจ้าของเองคงแทบไม่คาดคิด กล่าวคือ ราชอาณาจักรเยอรมนีที่มีนคร เบอร์ลินเป็นเมืองหลวงตกอยู่ภายใต้การยึดครองของมหาอำนาจผู้ชนะสงคราม

และในปี ค.ศ. ๑๙๔๙ สหภาพโซเวียตได้ตั้งเขตยึดครองของตนเป็น ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยเยอรมัน มีนครเบอร์ลินตะวันออกเป็นเมืองหลวง ในขณะที่สหรัฐอเมริกา อังกฤษ และฝรั่งเศส ได้รวมเขตการยึดครองของตน เข้าเป็นสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี อันเป็นการพลิกบทบาทของบอนน์ครั้งสำคัญ

บอนน์ได้รับเลือกให้เป็นเมืองหลวงชั่วคราวของสหพันธ์ฯ ซึ่งเป็นเหตุให้ เกิดการก่อร่างสร้างเมืองครั้งใหญ่ เพื่อรองรับหน้าที่อันจะเกิดขึ้นตามมาจาก สถานภาพดังกล่าว และเมืองนี้ก็ได้ปฏิบัติหน้าที่จนครบแก่กาลเป็นเวลากว่า ๔๐ ปี นับเป็นช่วงเวลาประวัติศาสตร์ที่ประชาชาติเยอรมันต้องเห็นประเทศของตน ถูกแบ่ง ออกเป็นสอง

จนเมื่อวันที่ ๙ พฤศจิกายน ค.ศ. ๑๙๙๐ ชาติเยอรมันได้รวมกันเป็นหนึ่ง อีกครั้งภายใต้ชื่อ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี

บทบาทของเมืองบอนน์ก็ถูกเปลี่ยนอีกครั้งในปี ค.ศ. ๑๙๙๑ เมื่อรัฐสภา เยอรมันได้ตัดสินใจย้ายสถานที่ทางรัฐบาลไปยังนครเบอร์ลิน ซึ่งกลายเป็นเมืองหลวง ของสหพันธ์ ฯ (Bundeshauptstadt) สืบจากเมืองบอนน์ สถานทูตของประเทศ ต่าง ๆ ส่วนใหญ่ก็เป็นอันทยอยย้ายไปยังเมืองหลวงใหม่ด้วย

ส่วนเมืองหลวงเก่าของสหพันธ์ฯ จะเป็นที่รู้จักในชื่อใหม่ว่า Bundesstadt ในคราวนี้บอนน์ได้รับการกำหนดให้เป็นศูนย์กลางการปกครองแห่งสหพันธ์ ฯ (Verwaltungszentrum der Bundesrepublik Deutschland) ซึ่งจะเป็นที่ตั้งของ สถาบันวิจัยทางการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม ที่จะได้ รับการจัดตั้งขึ้นใหม่

อีกบทบาทหนึ่งนั้น บอนน์ได้รับเลือกในปี ค.ศ. ๑๙๙๖ ให้เป็นเมือง สหประชาชาติเมืองแรกของเยอรมัน อันเป็นเมืองซึ่งองค์การสหประชาชาติจะ ดำเนินกิจกรรมของตนอย่างเป็นเอกเทศ

มหาวิทยาลัยเมืองบอนน์มีชื่อเต็ม ๆ ว่า Rheinische Friedrich Wilhelms Universitaet ได้รับการก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. ๑๗๗๗ ที่ทำการตั้งอยู่ที่ Regina-Pacis- Weg 3,53113 Bonn

ในภาคการศึกษาฤดูหนาว ๑๙๙๘/๑๙๙๙ มีนักศึกษาทั้งสิ้น ๓๘,๒๐๙ คน ในจำนวนนี้เป็นนักศึกษาต่างชาติจำนวน ๓,๖๒๔ คน เปิดดำเนินการสอน ในสาขา วิชาต่าง ๆ ดังนี้

  • คณะโปรแทสแทนต์-เทววิทยา Evangelisch-Theologische Fakultaet
  • คณะคาธอลิก-เทววิทยา Katholisch-Theologische Fakultaet
  • คณะกฎหมาย-รัฐศาสตร์ Rechts- und Staatswissenschaftliche Fakultaet
  • คณะแพทย์ Medizinische Fakultaet
  • คณะปรัชญา Philosophische Fakultaet
  • คณะคณิตศาสตร์-วิทยาศาสตร์ Mathematisch-Naturwissenschaftlich
  • คณะเกษตรศาสตร์ Landwirtschaftliche Fakultaet
  • คณะศึกษาศาสตร์ Paedagogische Fakultaet

มหาวิทยาลัยที่นี่ก็ค่อนข้างคล้ายกับมหาวิทยาลัยทั่วไปในเยอรมัน คือ ไม่มีเขตของตัวมหาวิทยาลัยเป็นรั้วรอบอย่างชัดเจน คณะต่าง ๆ ตั้งกระจายไป ตามบริเวณเมือง และปะปนไปกับสถานที่ต่าง ๆ ที่ไม่ใช่ตึกของมหาวิทยาลัย

อย่างไรก็ตามนักศึกษาสามารถรู้จักเขตของมหาวิทยาลัยได้คร่าว ๆ เช่น ตึก Uni-Hauptgebaeude ที่ดูเด่นเป็นสง่าสวยงาม เป็นที่ทำการของฝ่ายธุรการ เป็นที่ซึ่งนักศึกษาจะต้องมาติดต่อเพื่อลงทะเบียน และเป็นตึกเรียนคณะศาสนา กับ คณะปรัชญาซึ่ง มีภาควิชาแยกย่อยลงไปอีก เช่น จิตวิทยา ภาษาศาสตร์ วรรณคดี การแปล ภาษาเยอรมัน สังคมศาสตร์ ฯลฯ

จากที่นี่ ถ้าเดินเลยสนามหญ้าออกไปตามถนนใหญ่ก็จะพบกับห้องสมุด ประจำมหาวิทยาลัยตั้งอยู่บนฝั่งซ้ายของถนน เมื่อมองจากตรงนี้ไปฝั่งตรงข้าม และ อาศัยการสังเกตหน่อยก็จะเห็นตึกเรียนเล็ก ๆ อันเป็นที่ตั้งของโรงเรียนเตรียม มหาวิทยาลัยของนักเรียนต่างชาติ Studienkolleg จากตรงนี้ถ้าเดินเลยไปอีกนิด ก็จะพบตึกชั้นเดียวเรียบ ๆ เป็นที่ตั้งของคณะกฎหมายและเศรษฐศาสตร์ ส่วนสาขา วิชาทางวิทยาศาสตร์นั้นตั้งอยู่บริเวณทางใต้ของเมือง ซึ่งไม่ได้ไกลจากตัวกลางเมือง แต่ประการใด ส่วนสถาบันค้นคว้าต่าง ๆ นั้นก็ตั้งอยู่รอบ ตึกเลคเช่อร์ ซึ่งนักศึกษา จะได้รู้จักหลังจากได้เข้าไปเรียนแล้ว

สำหรับนักเรียนต่างชาติที่กำลังจะจบการศึกษาจาก Studienkolleg นั้น ก็ได้เวลาที่จะต้องจัดการวางแผนว่าจะสมัครเรียนต่อในมหาวิทยาลัยใดบ้าง

สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่นักเรียนไม่ควรลืมคือ Deadline การส่งใบรับสมัคร ที่แต่ละมหาวิทยาลัยได้กำหนดเอาไว้ของแต่ละภาคการศึกษา และเอกสารที่เรา

ต้องยื่นประกอบการสมัครเข้าเรียน ซึ่งข้อมูลเหล่านี้สามารถติดต่อขอได้ จาก Studentensekretariat ของมหาวิทยาลัยโดยการโทรศัพท์ เขียนจดหมาย หรือหาจากโฮมเพจของมหาวิทยาลัยที่เราจะสมัครเรียน

สำหรับผู้สนใจที่จะสมัครเรียนมหาวิทยาลัยบอนน์นั้นสามารถหาข้อมูล เกี่ยวกับกำหนดเวลาและสิ่งที่ต้องตระเตรียมจากโฮมเพจของมหาวิทยาลัยหรือ นักศึกษาสามารถสามารถติดต่อทางจดหมายไปขอเอกสารได้ที่ Studentensekretariat, An der Schlosskirche, 53113 Bonn Tel.: (0228) 73 73 10 / 73 73 11

หากนักเรียนได้รับจดหมายตอบรับเข้าเป็นนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยบอนน์ และประสงค์จะเข้าศึกษาต่อที่นี่ สิ่งที่ต้องทำคือ ไปลงทะเบียนเรียนด้วยตนเอง ภายในวันและเวลาที่กำหนดในจดหมายที่กองกิจการนักศึกษา (Studenten sekretariat) ตามที่อยู่ข้างต้น พร้อมเอกสารต่าง ๆ ที่เราต้องนำไปยื่น ตามที่แจ้ง ไว้ในจดหมายตอบรับ

เอกสารอย่างหนึ่งที่จำเป็นต้องใช้คือ ใบยืนยันการทำประกันสุขภาพ (Krankenversicherungsbescheinigung) นั่นคือ นักศึกษาทุกคนจะต้องทำประกัน สุขภาพไว้กับบริษัทประกันสุขภาพก่อน จึงจะมีสิทธิ์ลงทะเบียนเรียนถูกต้องได้

ส่วนค่าธรรมเนียมในการลงทะเบียนเรียน (Sozialbeitrag) สำหรับภาค การศึกษาที่จะถึง ตามข้อมูลล่าสุด ในภาคการศึกษาฤดูร้อน ค.ศ. ๑๙๙๙ นั้น คิดเป็นเงิน ๑๘๗,๓๐ มาร์ก หลังจากลงทะเบียนเรียน นักศึกษาจะได้รับบัตร นักศึกษาชั่วคราว และบัตรนักศึกษาจริง ๆ ในเวลาต่อมา

โดยทั่วไปแล้วนักศึกษามีทางเลือก ๒ ทาง คือหอพักของมหาวิทยาลัย หรือห้องแบ่งให้เช่าของเอกชน อย่างแรกนั้นนักศึกษาต้องสมัครผ่าน Studentenwerk der Universitaet, Nassestasse 11, 2.Stock, 53113 BONN, Tel: 73 71 01/73 71 02, Buerozeiten: 9.00 - 12.00 Uhr

ซึ่งอยู่ในตัวตึกของ Mensa Nassestrasse ผู้สมัครต้องยื่นใบสมัครก่อน เปิดภาคการศึกษาเป็นเวลานานพอสมควร

ข้อมูลปัจจุบัน คือ สำหรับภาคการศึกษาฤดูร้อน ๑๙๙๙ ผู้สมัครต้องยื่น ใบสมัครก่อนวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ และภาคฤดูหนาว ๑๙๙๙/๒๐๐๐ ก่อนวันที่ ๒๐ สิงหาคม ผู้ที่มีสิทธิ์สมัครเข้าหอพักนักศึกษาได้นั้นต้องคุณสมบัติดังต่อไปนี้

  1. เป็นนักศึกษาชาวเยอรมันหรือชาวต่างชาติที่ได้ลงทะเบียนเรียนใน มหาวิทยาลัยบอนน์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หรือ
  2. นักศึกษาใหม่ (Studienbeginner) คือ ผู้ที่คาดว่าจะลงทะเบียนเรียนที่ บอนน์ในภาคการศึกษาที่จะถึง บุคคลในกรณีนี้จะได้รับการพิจารณาเป็น พิเศษ ถ้าส่งใบสมัครเข้าหอภายในเวลาที่กำหนด

จากเงื่อนไขข้างต้น พอจะคิดได้ว่าการหาหอพักของมหาวิทยาลัยในบอนน์ ไม่น่าจะเป็นเรื่องยากเข็ญจนเกินไปนัก โดยเฉพาะนักศึกษาใหม่ หากเตรียมตัวส่ง ใบสมัครให้ทันกำหนดแล้วจะมีภาษีดีกว่านักศึกษาที่ได้เรียนแล้วด้วยซ้ำ ค่าเช่าห้อง ต่อเดือนนั้นแตกต่างไปตามขนาดห้องและชนิดของห้อง แต่ก็พอประมาณได้ว่า อยู่ในราว ๆ ๒๐๐-๔๐๐ มาร์ก

ปัจจุบันในบอนน์มีหอพักนักศึกษาทั้งสิ้น ๓๕ แห่ง มีนักศึกษาพักรวม ประมาณ ๔๐๐๐ คน จำนวนคนพักในหอพักในแต่ละแห่งมีตั้งแต่ ๑๐ คน ถึง ๕๗๒ คน

ลักษณะหอพัก มีทั้งแบบห้องเดี่ยว ใช้ครัวและห้องอาบน้ำรวม (Einzel- zimmer) หรือห้องเดี่ยวพร้อมห้องอาบน้ำในตัวแต่ใช้ครัวรวม (Halbapartement) หรือห้องเดี่ยวพร้อมห้องอาบน้ำและครัวในตัว (Vollapartement)

อย่างไรก็ตามนักศึกษาควรคิดถึงกรณีเป็นไปได้ ที่จะไม่ได้หอพัก มหาวิทยาลัยด้วย นักศึกษาควรมาหาที่พักก่อนเนิ่น ๆ ก่อนวันลงทะเบียน ก็จะเป็น การดี เพื่อทำความรู้จักเมืองใหม่ และปรับตัวให้เรียบร้อยก่อนวันเปิดเทอม หรือ ถ้าไม่มีเวลาจริง ๆ อย่างน้อยก็จะต้องหาก่อนเปิดเทอม มิฉะนั้นการหาบ้านคงเป็น เรื่องเครียดเอาการทีเดียว

นอกจากนี้ยังมีหอพักนักศึกษาที่ไม่ใช่ของมหาวิทยาลัย เช่น หอพักของ โบสถ์ หรือของบุคคล ทั่วไป รายละเอียดขอได้จาก Studentenwerk เช่นกัน

สำหรับผู้ที่ต้องการหาห้องพักแบบแบ่งให้เช่า (privat) นั้น สามารถหาได้ จากหนังสือพิมพ์ของเมืองเช่น General Anzeiger, Bonner Runschau ซึ่งออก ทุกวันพุธและวันเสาร์ รวมทั้งหนังสือพิมพ์ Annonce และ Such und Find หรือ จากป้ายประกาศตามคณะ โรงอาหาร ที่มีอยู่ทั่วไปในมหาวิทยาลัย หรือ จาก หน่วยงานช่วยนักศึกษาต่าง ๆ เช่น

  • สภานักศึกษา (Studentenwerk)
  • AStA Uni Bonn Nassestasse 11, Tel.: 73 70 30, Mo.-Do. von 12.00-14.00 Uhr FR. von 12.00-13.45 Uhr
  • RCDS Bonn e.V. Riesstrasse 2a, Tel.: 26 15 15, Mo.-Fr. von 13.00-14.00 Uhr

สำหรับนักศึกษาที่ลาเมืองเก่าอย่างเป็นทางการ และหลังจากที่หาที่พักใน เมืองบอนน์ได้แล้ว นักศึกษาจะเป็นพลเมืองบอนน์ตามกฎหมายก็เมื่อไปทำการ แจ้งย้ายเข้า (anmelden) มาเป็นที่เรียบร้อยแล้วกับหน่วยงานของเมืองที่ชื่อว่า Einwohnermeldeamt, Stadthaus, Berlinerplatz 2 , Tel.:771

ซึ่งเราจะได้เอกสารมากรอกเพื่อเป็นการยืนยันในที่อยู่โดยต้องขอลายเซ็นต์ ของเจ้าของบ้านเช่า หรือ พ่อบ้านแม่บ้าน ในกรณีที่ที่พักเป็นหอพักของ นักศึกษา หลังจากนั้นเราจะได้ใบยืนยันที่อยู่ใหม่ (Anmeldugsbescheinigung) ซึ่งต้องเก็บ รักษาไว้และใช้ยื่นในคราวที่จะไปต่อวีซ่าที่ Auslaenderamt

ปัจจุบันนักศึกษามหาวิทยาลัยบอนน์สามารถเดินทางในเขตการเดินรถ Verkehrsbund Rhein-Sieg (VRS) โดยสามารถใช้บัตรนักศึกษาคู่กับบัตร ประจำตัว (Personalausweis) ได้แก่ หนังสือเดินทาง หรือบัตรที่มีรูปถ่ายเจ้าของ บัตรติดอยู่ด้วย ถือเป็นตั๋วรถประจำทางนักศึกษาสำหรับหนึ่งภาคการศึกษา ราคา ค่าตั๋วนักศึกษาเหมาจ่ายในหนึ่งภาคการศึกษาปัจจุบันคิดเป็นเงิน ๑๑๕ มาร์ก ซึ่ง รวมอยู่ในค่าลงทะเบียนเรียน ๑๘๗,๓๐ มาร์กแล้ว นักศึกษาสามารถใช้ตั๋วนี้ เดินทางในเขต VRS โดยใช้ได้กับ

  • รถบัส รถราง รถไฟใต้ดิน (ต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มเมื่อใช้เดินทางโดยรถ บัสเร็วไปสนามบิน Koeln-Bonn)
  • รถไฟ S-Bahnen, RE, SE (เสียค่าธรรมเนียมเพิ่มเมื่อขึ้นรถไฟ IR)
  • เด็กอายุไม่เกิน ๖ ขวบ สองคนสามารถขึ้นรถดังกล่าวฟรี เมื่อเดินทางกับ นักศึกษาที่มีตั๋วนักศึกษา
  • สามารถนำรถจักรยานขึ้นรถดังกล่าวได้ในวันทำงาน หลังเวลา ๑๙.๐๐น. และตลอดทั้งวันในวันเสาร์ อาทิตย์ วันหยุดราชการ

ถ้าจะแปลเป็นไทยก็คงต้องเรียกว่าสโมสรนักศึกษา ซึ่งตามปกติจะมีทุก คณะ เป็นการดำเนินงานของนักศึกษาและจัดกิจกรรมที่น่าสนใจ เช่น การให้ ความรู้แก่นักศึกษาเข้าใหม่ในช่วงอาทิตย์แรก ๆ ของ การเปิดเทอม และเป็น แหล่งให้ข้อมูลเกี่ยวกับเทคนิคในการเรียนการสอบ เช่น การจัดตารางเวลาเรียน ที่มีประสิทธิภาพในแต่ละเทอมสำหรับนักศึกษาใหม่ นอกจากนี้ Fachschaft มักจะ เป็นแหล่งเก็บรวบรวมข้อสอบเก่า ๆ อีกด้วย

นักศึกษาเข้าใหม่ถ้ามีปัญหาสงสัยเกี่ยวกับการเรียน ก็สามารถไปถาม นักศึกษารุ่นพี่ที่ Fachschaft ได้ซึ่งส่วนมากพร้อมที่จะช่วยเหลืออย่างเต็มใจ

เมื่อนักศึกษาต้องการหาที่สงบในการอ่านหนังสือ ค้นคว้าเพิ่มเติม หรือ ขอยืมหนังสือมาอ่านที่บ้านก็คงต้องเข้าห้องสมุดกันล่ะ ในแต่ละคณะจะมีห้องสมุด ประจำคณะซึ่งมักจะเรียกแตกต่างกันไป เช่น Bibliothek, Seminar นักศึกษาใหม่ สามารถถามจากเพื่อนหรือรุ่นพี่ในคณะนั้น ๆ ได้

ตามประสบการณ์นักศึกษาสามารถยืมหนังสือจากห้องสมุดคณะได้เพียง วันศุกร์และต้องคืนภายในวันจันทร์ถัดไป ในห้องสมุดมักจะมีที่ถ่ายเอกสารไว้ให้ อยู่แล้ว หากต้องการยืมหนังสือก่อนวันศุกร์ นักศึกษาสามารถสอบถามบรรณารักษ์ ว่าหนังสือที่ต้องการสามารถยืมได้จากสถาบัน หรือ Lehrstuhl อื่น ได้หรือไม่ ในกรณีนี้จะสามารถยืมได้ทันทีและมีกำหนดคืนภายในหนึ่งอาทิตย์

ส่วนห้องสมุดใหญ่ ในมหาวิทยาลัยบอนน์นั้นมี ๒ แห่งคือ

  1. Universitaets- und Landesbibliothek เป็นห้องสมุดกลางของ มหาวิทยาลัย ตั้งอยู่ที่ Adenauerallee 39-41, 53115 Bonn เวลาเปิด Lesersaal: Mo.-Fr. 9:00-21:00 Uhr, Sa. 9:00-12:00 Uhr นักศึกษา คณะกฎหมาย เศรษฐศาสตร์ สามารถยืมแบบเรียนได้ที่นี่ในแผนกให้ยืม หนังสือเรียน (Lehrbuchsammlung) ซึ่งเวลาเปิดให้บริการมักจะสั้นกว่า เวลาเปิดของห้องสมุด และในช่วงเวลาประมาณหนึ่งเดือนหลังเปิดเทอม ห้องสมุดนี้จะมีมัคคุเทศก์แนะนำการใช้บริการต่าง ๆ และการใช้อุปกรณ์ อิเล็กโทรนิก ในการค้นหาหรือยืมหนังสือ สิ่งพิมพ์ นิตยสารต่าง ๆ นักศึกษาเพียงแต่ไป ลงชื่อเพื่อเข้ารับการอบรมในวันและเวลาที่ต้องการ
  2. Deutsches Zentralbibliothek Landbauwissenschaften เป็นห้องสมุดที่ นักศึกษาคณะ Medizin, Naturwissenschaft, Landbau สามารถยืมหนังสือ ในสาขาวิชาที่ตนเรียนได้ ตั้งอยู่ที่ Nussallee 15a. 53115 Bonn เวลาเปิด Lesersaal: Mo.-Fr. 9:30-18:00 Uhr

นักศึกษาบอนน์สามารถใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่เปิดให้นักศึกษาใช้ฟรี แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าบริการลักษณะนี้ที่บอนน์มีค่อนข้างน้อย และมักไม่เพียงพอ กับความต้องการ อย่างไรก็ตามก็นับว่าดีกว่าไม่มีเลย นักศึกษาสามารถขอเบอร์ email ได้ที่ Regionales Hochschulrechenzentrum (RHRZ), Wegelerstrasse 6, 53115 Bonn

  • Antragsterminal: Mo.-Fr. von 8:30-11:30 Uhr
  • Ein-und Ausgaberaeume und Arbeitsplaetze: Mo., Di. von 7:30-22:00 Uhr Mi.-Fr. von 7:30-21:30 Uhr

นอกจากที่ RHRZ แล้วนักศึกษาสามารถใช้คอมพิวเตอร์ได้อีกตาม ห้องสมุดต่าง ๆ

เป็นที่ทราบกันว่าสิทธิและประโยชน์ในการเป็นนักศึกษาที่เยอรมันมีค่อน ข้างมาก ซึ่งรวมถึงการที่นักศึกษาสามารถเรียนในคณะอื่น ๆ ได้ หรือสามารถ เข้าร่วมในกิจกรรมลักษณะเปิดสำหรับนักศึกษาทุกคณะ โดยปกติแล้ว จะกำหนด เปิดในระหว่างภาคการศึกษา บางกิจกรรมก็เปิดในช่วงปิดเทอมด้วย กิจกรรมหรือ การเรียนการสอนลักษณะนี้มีหลายรูปแบบ และมีหลายหน่วยงาน รับผิดชอบ เช่น

  • คอร์สภาษา (Sprachkurs) มีภาษาให้เลือกเรียนประมาณ ๓๐ ภาษา
  • กิจกรรมทางศิลปะ (Studio fuer Kunsterziehung) เช่น วาดรูป ระบายสี ปั้นรูป
  • กีฬา (Hochshulsport) เช่น ฟุตบอล วิ่ง ฟันดาบ ยูโด โยคะ เทนนิส แอโรบิก ว่ายน้ำ ดำน้ำ ลีลาศ นาฏศิลป์ สเก็ต พายเรือ ยิงธนู สกี โกะ หมากรุก ฯลฯ
  • ดนตรี (Musik in der Universitaet) เช่น ร้องเพลงประสานเสียง เล่นดนตรี
  • การใช้งานคอมพิวเตอร์ (DV-Ausbildung am RHRZ) โดยปกตินักศึกษาไม่ ต้องเสียค่าธรรมเนียมกิจกรรมเพิ่ม หากจำเป็นในบางกิจกรรมที่ต้องใช้วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องไม้เครื่องมือหรือจ้างคนสอน นักศึกษาผู้เข้าร่วมต้องเสียค่า ธรรมเนียมต่อภาคการศึกษา ซึ่งโดยปกติก็ไม่แพงจนเกินไปนัก

จนถึงบรรทัดนี้ผู้เขียนคิดว่าข้อมูลที่รวบรวมมาน่าจะเพียงพอสำหรับ นักศึกษาใหม่ในระดับอุดมศึกษาของมหาวิทยาลัยบอนน์ หากต้องการข้อมูลอื่น ผู้อ่านสามารถหาได้จากโฮมเพจของมหาวิทยาลัย ของเมือง หรือถ้าต้องการก็ สามารถ ติดต่อนักศึกษาที่บอนน์ได้ ซึ่งยินดีให้ความช่วยเหลือแก่ผู้มาใหม่แน่นอน

ส่วนสถานที่ท่องเที่ยว โรงละครและพิพิธภัณฑ์หลากหลายที่สำคัญของ ประเทศ รวมทั้ง das kulturelle Leben นักศึกษาใหม่คงจะได้มาสัมผัส ด้วยตนเอง ที่นี่ ที่บอนน์ ริม ไรน์

บอนน์, ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๔๒

เอกสารอ้างอิง : Markus Buchel, Bonner Wegweiser SS 1999. RCDS an der Universitaet Bonn e.V., 1999

Back to Menu