เศรษฐศาสตร์ในเยอรมัน  
  ปิลัญญา นิยมไทย
    ในยุคแห่งการแข่งขันกันทางเศรษฐกิจในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกนี้เอง เป็นเหตุให้ มีผู้สนใจศึกษาวิชาเศรษฐศาสตร์เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งในประเทศเยอรมันเอง นักศึกษา เยอรมันที่สนใจศึกษาในสาขาวิชานี้ก็มีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้น บทความนี้จึงขอนำเสนอ ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับการศึกษาวิชาเศรษฐศาสตร์สำหรับนักศึกษาไทย และผู้ที่สนใจที่จะ ศึกษาวิชานี้ในประเทศเยอรมัน

ชื่อวิชาภาษาเยอรมันที่ปรากฏในบทความนี้ จะมีคำแปลเป็นภาษาไทยกำกับไว้ ด้วย จากประสบการณ์ตรงของผู้เขียน ความผิดพลาดใด ๆ อันพึงจะมี ผู้เขียนขอน้อมรับ ไว้ เพื่อจะได้นำไปแก้ไขและเพิ่มเติมให้ถูกต้องต่อไป

Wirtschaftsstudium คือ อะไร ?

คำว่า Wirtschaftsstudium หรือคำว่า Wirtschaftswissenschaften ในภาษา เยอรมันใช้เรียกการศึกษาวิชาทางเศรษฐศาสตร์รวมกันหลายแขนง อันจะสามารถแบ่ง ย่อยได้เป็นวิชาหลักๆ ดังนี้

  1. Volkswirtschaftslehre หรือเป็นที่รู้จักกันโดยตัวย่อว่า VWL นั้นก็คือ วิชาเศรษฐศาสตร์ ซึ่งมีขอบเขตโดยกว้าง เกี่ยวกับทฤษฏีทางเศรษฐ- ศาสตร์ต่างๆ การลงทุน การซื้อขายแลกเปลี่ยน การคลัง การเงิน เป็นต้น การเรียน การสอนวิชานี้ในประเทศเยอรมันเน้นทฤษฏี เพื่อให้เป็นพื้นฐาน ในการวิเคราะห์และวิจัยทางวิชาการ นักศึกษาที่สนใจสามารถหาข้อมูล เพิ่มเติมได้ที่โฮมเพจ ของมหาวิทยาลัยต่างๆ อาทิ
  2. Betriebswirtschaftslehre หรือเป็นที่รู้จักกันโดยตัวย่อว่า BWL น้ันก็คือ วิชาบริหารธุรกิจ เช่น การจัดการ การตลาด การวางแผนการผลิต การบัญชี เป็นต้น นักศึกษาวิชา BWL จะได้รับการศึกษาทฤษฏีของวิชา เศรษฐศาสตร์ เป็นพื้นฐาน แต่จะมุ่งเน้นเพื่อการนำไปใช้ในระบบธุรกิจ มากกว่าการวิจัยทาง วิชาการดังเช่น ในวิชา VWL การศึกษาวิชา BWL ของเยอรมันสามารถทำได้ ทั้งในมหาวิทยาลัยสายวิชาการ (Universitaet) และมหาวิทยาลัยสายอาชีพ (Fachhochschule) มหาวิทยาลัยสายวิชาการ จะเน้นสอนภาคทฤษฏี ในขณะที่ มหาวิทยาลัยสายอาชีพ จะมุ่งให้ นักศึกษามีทักษะในภาคปฏิบัติ นักศึกษาที่สนใจ สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่โฮมเพจของมหาวิทยาลัยต่างๆ เช่น
  3. Wirtschaftspaedagogik เป็นการศึกษาวิชาครุศาสตร์ในสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ โดยนักศึกษาที่ต้องการประกอบอาชีพครูสอนวิชาเศรษฐศาสตร์ ในระดับมัธยม จะต้องผ่านการฝึกสอน (Referendariat) ในโรงเรียนด้วย นักศึกษาที่สนใจสามารถ หาข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่โฮมเพจของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เช่น
  4. Wirtschaftsingenieurswesen หรือ business engineering เป็นสาขาวิชาใหม่ที่ เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของภาคธุรกิจการผลิต ในการลดราคาต้นทุน โดยการพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต โดยใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ในการผลิต วิชา Wirtschaftsingenieurswesen หรือ business engineering คลอบคลุม เนื้อหาวิชาเศรษฐศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ เช่น วิศวกรรมเครื่องกล หรือ วิศวกรรมอุตสาหการ เป็นต้น ดังนั้น นักศึกษาจึงต้องได้รับการศึกษาวิชาพื้นฐาน ทางวิศวกรรมศาสตร์ เช่น คณิตศาสตร์ชั้นสูง ฟิสิกส์ หรือ เคมี อีกด้วย นักศึกษา ที่สนใจสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โฮมเพจของมหาวิทยาลัยต่างๆ อาทิ
  5. Wirtschaftsinformatik เป็นสาขาวิชาใหม่ของวิชาเศรษฐศาสตร์ที่มุ่งเน้นการใช้ ระบบคอมพิวเตอร์และการเขียนโปรแกรมในการบริหารจัดเก็บข้อมูล และเพื่อ การวิเคราะห์ในทางธุรกิจ วิชา Wirtschaftsinformatik จึงเป็นสาขาวิชาที่ตอบ สนองความสำคัญที่เพิ่มมากขึ้นของคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีในระบบธุรกิจใน ปัจจุบัน นักศึกษาวิชา Wirtschaftsinformatik จะได้รับการศึกษาวิชา เศรษฐศาสตร์ วิชาบริหารธุรกิจ และวิชาคอมพิวเตอร์ การศึกษาวิชา Wirtschaftsinformatik ก็สามารถทำได้ ทั้งในมหาวิทยาลัยสายวิชาการ และ มหาวิทยาลัยสายอาชีพ นักศึกษาที่สนใจ สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โฮมเพจ ของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เช่น

วุฒิการศึกษาระดับ Diplom
นักศึกษาวิชาเศรษฐศาสตร์ที่จบจากมหาวิทยาลัยสายวิชาการ จะได้วุฒิการ ศึกษาระดับ Diplom ซึ่งเทียบเท่ากับปริญญาโท
ระยะเวลาในการศึกษาวิชาเศรษฐศาสตร์ระดับ Diplom ในสาขาที่กล่าวมา ข้างต้น ตามที่กำหนดไว้ในระเบียบการสอบของมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ คือ 9 เทอม การศึกษา ในมหาวิทยาลัยสายวิชาการ และ 8 เทอมการศึกษา ในมหาวิทยาลัยสายอาชีพ (Fachhochschule) วิชา Wirtschaftsingenieurswesen หรือ business engineering มีกำหนดเวลาในการศึกษาในระดับ Diplom 10 เทอมการศึกษา ในมหาวิทยาลัยสายวิชา การ
อนึ่ง ระยะเวลาเฉลี่ยที่นักศึกษาเยอรมันใช้ในการศึกษาระดับ Diplom ใน มหาวิทยาลัยสายวิชาการนั้น อยู่ที่ประมาณ 11-12 เทอมการศึกษา สาเหตุของระยะเวลา ในการศึกษาที่ยาวนานนี้ นอกจากจะอยู่ที่ความยากในแง่วิชาการแล้ว ระบบการศึกษา ของประเทศเยอรมันก็เป็นส่วนหนึ่ง ที่เป็นเหตุให้ระยะเวลาในการศึกษาของนักศึกษาอาจ จะยาวนานออกไปกว่าที่วางแผนไว้ ดังที่จะได้กล่าวถึงต่อไป

ระบบการศึกษาในระดับ Diplom
การศึกษาวิชาเศรษฐศาสตร์สามารถแบ่งออกเป็น 4 ช่วง คือ

1. Grundstudium หรือ การศึกษาขั้นต้น
ในขั้นนี้ นักศึกษาในสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ทุกแขนงที่กล่าวมาข้างต้น จะเรียน รวมกัน นักศึกษาเรียนวิชาเกี่ยวกับความรู้เบื้องต้นของวิชาเศรษฐศาสตร์ เช่น วิชา เศรษฐศาสตร์มหภาค(Makrooekonomie) วิชาเศรษฐศาสตร์จุลภาค(Mikrooekonomie) วิชาสถิติ (Statistik) วิชาคณิตศาสตร์(Mathematik) วิชากฏหมาย แพ่งและพาณิชย์ และ กฏหมายมหาชนเบื้องต้น(Grundzuege des Privatrechts und des oeffentlichen Rechts) และวิชาการบริหารธุรกิจ (Betriebswirtschaftslehre)

สำหรับนักศึกษาในสาขาวิชา Wirtschaftsinformatik จะมีการศึกษาวิชาคอมพิว- เตอร์และการเขียนโปรแกรม และวิชาพื้นฐานทางวิศวกรรม สำหรับ นักศึกษาในสาขา วิชา Wirtschaftsingenieurswesen

นอกจากวิชาใน Grundstudium หรือข้ันต้น ที่ได้กล่าวถึงนี้ บางมหาวิทยาลัยยัง มีการจัดสอนวิชาพื้นฐานเพื่อการศึกษาวิชาเศรษฐศาสตร์ หรือที่เรียกว่า Propaedeutik เช่น วิชาบัญชีขั้นต้น (Rechnungswesen) หรือในบางมหาวิทยาลัย อาจกำหนดให้วิชา คณิตศาสตร์ เป็นวิชาพื้นฐาน หรือ Propaedeutik ด้วย นักศึกษาควรหารายละเอียด เกี่ยวกับวันและเวลาของวิชา พื้นฐานให้แน่นอน เนื่องจากวิชาพื้นฐานเหล่านี้ มักเปิดสอน ในระยะเวลาส้ัน (2-4 สัปดาห์) โดยให้จัดสอนและสอบในช่วงปิดเทอม

การเรียนใน Grundstudium หรือ ขั้นต้น ของวิชาเศรษฐศาสตร์ ประกอบด้วย การเข้าฟังบรรยายการสอน (Vorlesung) การเข้าฟังหรือทำ แบบฝึกหัด (Uebung) เป็นชั่วโมงเสริมสำหรับฝึกแก้โจทย์ในวิชาที่มีคณิตศาสตร์ เป็นพื้นฐาน เช่น วิชาเศรษฐ- ศาสตร์มหภาค วิชาเศรษฐศาสตร์จุลภาค และ วิชาสถิต เป็นต้น นอกจากนี้ยังมี การติว เสริมความเข้าใจ (Tutorium) ซึ่งเป็นชั่วโมงเสริม เพื่อให้นักศึกษาในขั้นต้นได้ทบทวน และซักถามปัญหาที่ตนอาจไม่ เข้าใจในขณะที่เข้าฟังบรรยาย

2. Hauptstudium หรือ การศึกษาขั้นหลัก
ในระดับ Hauptstudium นี้ นักศึกษาในแต่ละสาขาวิชาจะได้แยกย้ายกันไปศึกษา วิชาในสาขาของตนอย่างลึกซึ้ง

การเรียนในระดับนี้ยังคงอยู่ในรูปแบบของการเข้าฟังบรรยาย (Vorlesung) และ การเข้าทำแบบฝึกหัด (Uebung) ในวิชาที่มีคณิตศาสตร์เป็นพื้นฐาน แต่จะไม่มีการติว เสริมความเข้าใจ (Tutorium) นักศึกษาในระดับ Hauptstudium จะได้ฝึกการเรียนรู้และ ค้นคว้าเพิ่มเติมด้วยตนเองเพิ่มมากขึ้น ด้วยการเข้าร่วมสัมมนา (Seminar) โดยนักศึกษา จะได้มีส่วนร่วมในการถกเถียง ทางวิชาการ (Diskussion) และทำรายงานทางวิชาการ (Seminararbeit) ตาม หัวข้อที่ตนได้รับมอบหมาย เพื่อฝึกให้มีทักษะในการศึกษาค้นคว้า และหาข้อมูล และเพื่อให้เป็นพื้นฐานใน การทำวิทยานิพนธ์ในระดับ Diplom (Diplomarbeit)

วิชาในระดับ Hauptstudium แบ่งเป็น วิชาหลัก (Pflichtfach) และวิชา เลือก (Wahlfach) ตัวอย่างของวิชาหลัก คือ วิชานโยบายเศรษฐกิจ (Wirtschaftspolitik) และ วิชาการคลัง (Finanzwissenschaft) วิชาเลือกเป็นวิชาในสาขาที่นักศึกษามีความสนใจ เป็นพิเศษ ดังตัวอย่างเช่น วิชาเศรษฐศาสตร์ การเงิน (Monetaere Oekonomie) วิชาการตลาด (Marketing) เป็นต้น

ระบบการสอบในระดับ Hauptstudium ในแต่ละมหาวิทยาลัย อาจจะแตกต่าง กันไปในรายละเอียด ดังนั้นนักศึกษาจึงควรศึกษาระเบียบการสอบ (Pruefungsordnung) ของมหาวิทยาลัยของตนอย่างละเอียด อย่างไรก็ดี ระบบ การสอบในระดับ Hauptstudium ในเยอรมัน สามารถแบ่งออกเป็น 2 ระบบหลัก

ระบบสอบรวบยอด (Diplomabschlussexam)
ในระบบนี้ นักศึกษาจะเข้าฟังบรรยาย และอาจจะมีสอบตอนปลายเทอม เพื่อเก็บ ใบยืนยันการสอบผ่าน (Schein) ระเบียบการสอบ (Pruefungsordnung) อาจกำหนดให้ นักศึกษามีใบยืนยันการสอบผ่าน (Schein) ของวิชาบางวิชาก่อนที่จะมีสิทธิในการสอบอีก วิชา เช่น นักศึกษาต้องมีใบยืนยันการสอบผ่านของวิชาการคลังเบื้องต้นก่อน จึงจะมีสิทธ ิเข้าสอบวิชาการคลังชั้นสูง เป็นต้น การขอมีสิทธิเข้าสอบโดยใช้ใบยืนยันการสอบผ่านของ วิชาอื่น ๆ ในลักษณะนี้ อาจมีผลต่อเนื่องทำให้แผนการเรียนของนักศึกษาล่าช้ากว่าที่ กำหนดไว้ เมื่อนักศึกษาสามารถสอบได้ใบสอบผ่านในวิชาหลักและวิชาเลือกตามที่กำหนด จำนวนไว้ใน ระเบียบการสอบแล้ว นักศึกษาก็จะสามารถขอสอบรวบยอด (Diplomabschlussexam) ได้ การสอบรวบยอดนี้มีเนื้อหาคลอบคลุมวิชาที่นักศึกษาได้ เข้าฟัง บรรยายและสอบได้ใบสอบผ่านทุกวิชา จึงเป็นการสอบเพื่อวัดผลการศึกษาทั้งหมด นั่นเอง โดยนักศึกษาจะต้องสอบรวบยอดทั้งหมด 2 ครั้ง คือ การสอบข้อเขียนและสอบ ปากเปล่า

ระบบสอบเก็บเครดิต (Kreditpunktensystem)
เนื่องมาจากความกว้างของเนื้อหาของการสอบในระบบสอบรวบยอด มหาวิทยาลัยหลายแห่งจึงเปลี่ยนจากระบบสอบรวบยอด มาเป็นระบบสอบเก็บเครดิต จำนวนเครดิตของแต่ละวิชาตามที่กำหนดในระเบียบการสอบ ขึ้นอยู่กับจำนวนชั่วโมง การเรียนของวิชานั้น ๆ ซึ่งก็คือการกำหนดตามความกว้างของเนื้อหาวิชานั่นเอง ใน ระบบสอบเก็บเครดิตจะมีการสอบทุก ๆ เทอมการศึกษา เมื่อนักศึกษาสามารถสอบเก็บ เครดิตได้ตามจำนวนที่กำหนดไว้ ในระเบียบการสอบ นักศึกษาจึงจะได้รับสิทธิในการ เขียนวิทยานิพนธ์

3. การเขียนวิทยานิพนธ์ (Diplomarbeit)
มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่กำหนดระยะเวลาในการเขียนวิทยานิพนธ์ไว้ที่ 4-6 เดือน ทั้งนี้ไม่รวมระยะเวลาที่นักศึกษาใช้ในการค้นคว้าหาข้อมูลเพื่อการทำวิทยานิพนธ์ ก่อนที่ จะขอลงทะเบียนเขียนจริง

ในระบบสอบรวบยอด (Diplomabschlussexam) นักศึกษาสามารถขอลง ทะเบียนขอเขียนวิทยานิพนธ์ได้ หลังจากที่สอบเพื่อเก็บใบยืนยันการสอบผ่าน (Schein) ได้ครบตามที่กำหนดไว้ในระเบียบการสอบของมหาวิทยาลัย และขอสอบรวบยอดหลังจาก ที่นักศึกษาส่งวิทยานิพนธ์ นักศึกษาในระบบสอบเก็บเครดิตสามารถขอลงทะเบียนขอ เขียนวิทยานิพนธ์ได้หลังจากที่ได้เก็บเครดิตได้ ตามที่กำหนดไว้ในระเบียบการสอบ วิทยานิพนธ์ในระบบสอบเก็บเครดิต จึงเทียบได้กับการสอบรวบยอดในระบบแรก

4. การฝึกงาน (Praktikum)
การฝึกงานในการศึกษาวิชาในสาขาของเศรษฐศาสตร์ ในระยะเวลา 4-6 เดือน เป็นการให้นักศึกษาได้ฝึกใช้ความรู้ภาคทฤษฏีของตนในภาคปฏิบัติ ดังนั้น การฝึกงาน จึงได้รับการกำหนดให้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาของนักศึกษาในสาขาวิชาบริหารธุรกิจ (Betriebswirtschaft หรือ BWL) และในสาขาวิชา business engineering (Wirtschaftsingenieurswesen) สำหรับนักศึกษาในสาขาวิชาครุศาสตร์สาขาเศรษฐ- ศาสตร์ ที่ประสงค์จะประกอบอาชีพเป็นครู จะต้องผ่านการฝึกสอน (Referendariat) เป็นระยะเวลา 52 สัปดาห์ นักศึกษาในสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ (Volkswirtschaft หรือ VWL) ไม่จำเป็นต้องเข้ารับการฝึกงาน

ระดับ Master of Business Administration (MBA) หรือ Master of Economics (ME)

มหาวิทยาลัยหลายแห่งในประเทศเยอรมันเปิดสอนระดับปริญญาโท เป็นภาษา อังกฤษ หรือภาษาอังกฤษร่วมกับภาษาเยอรมัน สำหรับนักศึกษาเยอรมันและนักศึกษา ต่างชาติที่มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือสูงกว่า นักศึกษาที่สนใจสามารถหาข้อมูล เพิ่มเติมได้ที่โฮมเพจของ มหาวิทยาลัยต่าง ๆ อาทิ โปรแกรม WHU-Kellog Executive MBA Programme ของมหาวิทยาลัย เอกชน WHU-Koblenz โปรแกรม MBA-Europe หรือ ME-Europe ของ มหาวิทยาลัย Saarbruecken

คอร์ส MBA และ ME ใช้เวลาประมาณ 2 ปี และอาจมีค่าธรรมเนียมการศึกษา สูงกว่าการศึกษาระดับ Diplom ในมหาวิทยาลัยสายวิชาการ และมหาวิทยาลัยสายอาชีพ ทั่วไป

ระดับปริญญาเอก (Promotion)
การศึกษาระดับปริญญาเอกในวิชาเศรษฐศาสตร์ในประเทศเยอรมัน ขึ้นอยู่กับ ระเบียบการศึกษาระดับปริญญาเอก (Promotionsordnung) ของแต่ละมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยบางแห่งกำหนดให้นักศึกษาเข้าฟังบรรยาย (Vorlesung) เพื่อสอบและร่วม ทำสัมมนา (Seminar) ในขณะที่บางมหาวิทยาลัยมิได้มีข้อกำหนดดังกล่าว ดังนั้น นักศึกษาจึงสามารถเริ่มทำวิทยานิพนธ์ระดับ ปริญญาเอกได้โดยไม่ต้องทำ Course Work ก่อนดังเช่นระบบอเมริกัน

การศึกษาระดับปริญญาเอกในวิชาเศรษฐศาสตร์ในประเทศเยอรมันใช้เวลา ประมาณ 3-5 ปี

นักศึกษาที่มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาโทแล้วและมีความสนใจที่จะศึกษาต่อใน ระดับปริญญาเอก สามารถทำได้ 2 วิธีดังต่อไปนี้

  1. สมัครโดยตรงกับโปรเฟสเซอร์ นักศึกษาสามารถเขียนจดหมายแนะนำตัว พร้อมทั้งอธิบาย เป้าหมายและแผนการทำวิทยานิพนธ์ไปที่โปรเฟสเซอร์ ในมหาวิทยาลัยที่ตนสนใจโดยตรง
  2. สมัครผ่านบัณฑิตวิทยาลัย (Graduiertenkolleg) มหาวิทยาลัยในเยอรมัน หลายแห่ง เปิดสอนระดับปริญญาเอกในบัณฑิตวิทยาลัย นักศึกษาจะได้รับ ทุนการศึกษาจากมหาวิทยาลัยอีกด้วย การศึกษาระดับปริญญาเอกใน บัณฑิตวิทยาลัยอาจกำหนดให้นักศึกษาทำ Course Work ก่อน แล้วจึง จะสามารถทำวิทยานิพนธ์ได้

นักศึกษาที่สนใจสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โฮมเพจของมหาวิทยาลัย ต่างๆ อาทิ

back

 

 

This page is maintained by C. Anukul
Last modified since 22/03/2000
Any comment e-Mail
tsvd-webmaster@egroups.com