วันที่นักศึกษาแทบทุกคนที่ศึกษาอยู่ในเยอรมันอยากจะให้มาถึงเร็วที่สุด
คือ วันที่สำเร็จการศึกษา
และกลับไปเมืองไทยที่รักอันเป็นบ้านเกิดเมืองนอน
ของพวกเรา
ผมเองยังคงต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่าจะถึงวันนั้น
แต่ก็ได้เขียน
บทความนี้ขึ้นมาจากที่ได้เคยพบเห็น
เพื่อผู้ที่จะกลับเมืองไทยได้มีแนวทาง
และ
พอที่จะลดความปวดหัวลงได้บ้าง
เพื่อที่จะเข้าใจได้ง่ายขึ้น
ผมจะเล่าเป็นหัวข้อ ไป1.
ส่งของกลับเมืองไทย
เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องใหญ่เหมือนกันสำหรับผู้ที่มีสมบัติติดตัวมากกว่า
1 กระเป๋าเดินทาง
ซึ่งก็เป็นธรรมดาสำหรับนักศึกษาที่มาศึกษาอยู่ที่นี่มากกว่า
1 ปีขึ้นไป
การส่งของกลับเมืองไทยสามารถทำได้หลายวิธี
ก.
เช่าคอนเทนเนอร
โดยปกติแล้วคอนเทนเนอร์ขนาดเล็ก
1 ตู้จะมีราคาประมาณ 3000 มาร์ค
ผู้ที่ไม่ค่อยจะมีของมากมายนักก็คงไม่คุ้มที่จะเช่าทั้งคอนเทนเนอร์
ยกเว้น
ว่าจะเอารถยนต์กลับไปด้วย
แต่มีข้อดีก็คือ
คอนเทนเนอร์นั้นจะมี
เฉพาะของของเราแต่ผู้เดียว
โอกาสที่ของจะสูญหายก็น้อยลง
การเช่า คอนเทนเนอร์
สามารถที่จะแบ่งเช่าแค่ครึ่งตู้หรือน้อยกว่านั้นก็ได้
หรือหากว่า มีของน้อยจริงๆ
ทางบริษัทรับส่งของข้ามประเทศ
(Spedition) ก็อาจจะตีราคา
และรับเหมาส่งให้
พร้อมกับของของคนอื่น
ข้อเสียก็คือของอาจจะสูญหาย
ระหว่างการขนส่ง
โดยปกติแล้วคอนเทนเนอร์จะใช้เวลาเดินทาางประมาณ
4-5 อาทิตย์ จึงจะถึงประเทศไทย
ข.
ส่งของทางเครื่องบิน (Luftfracht)
การส่งของโดยทางเครื่องบินนั้นเหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีของมากมาย
โดยปกติแล้วแทบทุกสายการบินที่บินไปประเทศไทยจะมีบริการขนส่งสัมภาระ
(Cargo) เช่น การบินไทย
ลุฟท์ฮันซ่า แอร์ฟรองซ์
เป็นต้น ค่าบริการจะตก
ประมาณกิโลละ 2-4 มาร์ค
แล้วแต่สายการบิน
การส่งของแบบนี้ไม่จำเป็นที่
ผู้ส่งจะต้องเดินทางกลับประเทศไทยโดยสายการบินนั้นด้วย
ของจะไปถึง กรุงเทพฯ
อย่างช้าภายใน 7
วันนับแต่วันที่ส่งของ
สามารถติดต่อรายละเอียด ได้ที่
Cargo ของสายการบินต่าง ๆ
หรือที่บริษัท Spedition
2.
แจ้งยกเลิกสัญญาต่าง ๆ
ที่ได้ทำไว้ ได้แก่
- หอพักที่เช่าอยู่
ควรแจ้งยกเลิกล่วงหน้าก่อน
4-6 อาทิตย์- หากเป็น Wohnung
อย่าลืมแจ้งยกเลิกค่าไฟฟ้า
- ยกเลิกหมายเลขโทรศัพท์
- ยกเลิกประกันสุขภาพ
- สมาชิกต่าง
ๆ เช่น
สมาชิกสมาคมหรือชมรมหรือกลุ่มกิจกรรม
ทั้งของคนไทยและเยอรมัน
สมาชิกวารสาร หนังสือพิมพ์
หรือหนังสืออื่น ๆ
ที่รับเป็นสมาชิกอยู่
- แจ้งออกจากเมือง
Abmeldung
3.
ธนาคาร
ผมขอแนะนำให้ผู้ที่จะเดินทางกลับ
ปิดบัญชีทุกชนิดที่มีในประเทศ
เยอรมัน
เพราะหากว่าทิ้งไว้โดยไม่ปิดบัญชี
อาจจะโดนธนาคารเก็บค่าดูแล
รักษาบัญชี
หากมีความจำเป็นที่จะต้องมีบัญชีทิ้งไว้อยู่เพื่อประโยชน์อื่น
เช่น
เพื่อรอการโอนเงินภาษีมุลค่าเพิ่ม
(Mehrwertsteuer) คืน ฯลฯ ขอให้หา
ผู้ที่ไว้เนื้อเชื่อใจได้ 1 คน
เพื่อที่จะทำการมอบฉันทะ
(Vollmacht) ซึ่งสามารถ
ทำได้ที่ธนาคารสาขาที่มีบัญชีอยู่
ผู้ที่ได้รับมอบฉันทะนี้สามารถที่จะเบิกถอนเงิน
และปิดบัญชีได้เช่นเดียวกับเจ้าของบัญชี
นอกจากนี้จะต้องแจ้งยกเลิกบัตร
เครดิต บัตรบริการเงินด่วน
บัตร Eurocheque รวมทั้ง Dauerauftrag
ทุกชนิดที่ได้ทำไว้กับธนาคาร
ซึ่งควรที่จะแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย
7 วัน
4.
เรื่องที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา
ผู้ที่สำเร็จการศึกษาและได้รับปริญญาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ควรที่จะ ลาออก (Exmatrikulation)
จากมหาวิทยาลัย
และในกรณีที่เป็นข้าราชการ
นักเรียนหรือนักศึกษาที่อยู่ในความดูแลของก.พ.
ควรที่จะแจ้งสำเร็จการศึกษา
และส่งหลักฐานเช่น
ใบปริญญาหรือประกาศนียบัตร
มาที่สำนักงานผู้ดูแล
นักเรียนฯ
เพื่อที่จะได้รับรองเอกสารต่าง
ๆ
5.
หากมีรถยนต์หรือจักรยานยนต์และต้องการนำกลับเมืองไทยด้วย
เรื่องนี้ควรที่จะต้องติดต่อแต่เนิ่น
ๆ เพราะจะต้องติดต่อกระทรวง
พาณิชย์โดยตรง
สำหรับรายละเอียดการนำรถเข้าและวิธีการคำนวณภาษี
ที่จะต้องจ่าย สามารถถามได้ที่
สำนักงานที่ปรึกษาฝ่ายพาณิชย์
Office of Commercial Affairs, Royal Thai Embassy,
Plittersdorfer Str. 202, 53173 Bonn, Tel. 0228-353734
ผู้ที่จะส่งรถยนต์ไปประเทศไทย
จะต้องแจ้งยกเลิก การใช้รถยนต์
Abmeldung
ก่อนที่จะส่งรถออกนอกประเทศ
และแจ้งยกเลิก ประกันภัยรถยนต์
เงินประกันส่วนที่จ่ายเกินไปจะได้รับคืนหลังจากที่แจ้งยกเลิก
แล้ว
นอกจากนี้ถ้าเป็นสมาชิกของ ADAC
ก็ต้องแจ้งยกเลิกด้วยเช่นกัน
|